Tuesday, 02 September 2014
Home ความรู้พื้นฐาน


คุณฐานพัฒน์ อัมระรงค์ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร



ผมเป็นคนหนึ่งที่มีความสนใจในวิชาอภิปรัชญาจีน ก่อนหน้าที่ผมจะได้มาเรียนกับอาจารย์ตั้งเต็กค้วง ผมไปเรียนในสถาบันต่างๆ มาประมาณ 2-3 แห่ง ซึ่งเมื่อเรียนไประยะหนึ่งแล้ว ผมมีคำถามในใจว่า อาจารย์ที่สอนผมแต่ละท่าน ทำไม!!! ไม่มีท่านใดที่จะพูดถึง ประวัติ ความเป็นมาของวิชาว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร? และ แต่ละท่านเรียนมาจากใคร? ซึ่งผมเชื่อว่า หลายๆ คน ก็คงคิดสงสัยเช่นเดียวกับผม แต่ไม่กล้าที่จะสอบถามจากอาจารย์ของตน เพราะรู้สึกว่า ไม่เหมาะสม ถ้าหากถามคำถามเหล่านี้กับอาจารย์ ดังนั้น เมื่อผมเกิดความสงสัยผมจึงได้พยายามค้นคว้าถึงประวัติความเป็นมา และ เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับอภิปรัชญาจีน แต่ยิ่งค้นคว้ามากเท่าไหร่ ก็ไม่ทำให้ผมคลายความสงสัยลงได้เลย ผมยังรู้สึกว่า ที่มาที่ไปของแต่ละวิชา และ ประวัติของอาจารย์แต่ละท่านที่มีชื่อเสียง (ทั้งใน และ นอกประเทศ) ต่างมีความคลุมเครือ บางท่านเน้นใช้เทคนิคทางการตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์ มากกว่าที่จะเสนอข้อมูลทางวิชาการเพื่อให้ความรู้กับประชาชนทั่วไป


แต่พอได้มารู้จักกับอาจารย์ตั้งเต็กค้วง ท่านสามารถตอบข้อสงสัยของผมทั้งหมด จนผมได้รับความกระจ่างเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวิชาอภิปรัชญาจีนว่า มีการสืบทอดกันมาอย่างไร? และ มีที่มาที่ไปอย่างไร? ท่านอาจารย์ยังชี้ให้ผมเห็นถึงผลดี ผลเสีย และ ประสิทธิภาพของวิชาเฮี่ยงคงกิวแชว่า มันไม่ได้ดีจริงอย่างที่ซิงแซกำมะลอทั่วไปยกย่อง ซึ่งก็ไม่แปลกที่เหล่าซิงแซกำมะลอทั้งหลายจะพากันยกย่องวิชานี้ เพราะเขาเหล่านั้นต่างก็มีความรู้อยู่เพียงเท่านั้น ถ้าไม่ใช้เฮี่ยงคงกิวแชแล้ว จะไปใช้วิชาอะไรมาจัดฮวงจุ้ยหล่ะ?

ผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาอ่านบทความของท่านอาจารย์ตั้งเต็กค้วง อาจรู้สึกเหมือนกันว่า อาจารย์ของผมจะใช้คำที่รุนแรงกับพวกซินแซกำมะลอ แต่ถ้าท่านได้รู้จักกับอาจารย์ของผมแล้วจะรู้ว่า ที่จริงแล้ว ท่านไม่ได้โกรธเกลียดอะไรเป็นการส่วนตัวกับพวกซินแซกำมะลอทั้งหลายเลยแม้แต่น้อย หากแต่ซินแซกำมะลอเหล่านั้นได้สร้างความเดือนร้อนหลอกลวงคนมากมาย จนอาจารย์ของผมไม่สามารถนิ่งเฉย และ ปล่อยให้พวกกำมะลอหลอกลวงคนให้ได้รับความเดือนร้อนต่อไปได้ จึงใช้ถ้อยคำที่รุนแรงกับพวกนั้น เพื่อต้องการให้ซิงแซกำมะลอทั้งหลายรู้สึกสำนึกในการกระทำผิดคิดชั่วของตน แต่ทว่า สันดานคนนั้นเปลี่ยนยากจริงๆๆ นอกจากจะไม่สำนึกแล้ว ยังพยายามส่งคนของตนมาเข้ามาเรียนที่ Sages Academy เป็นสายสืบ สายลับ คอยลอกเอาวิชาของคนอื่นเค้าไปสอน นอกจากจะละโมบในเงินแล้ว ยังละโมบในวิชาอีกด้วย เรื่องความโลภนี่ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปโดนซิงแซกำมะลอหลอก ดังนั้น เรามักเห็นซิงแซกำมะลอทั้งหลายพยายามโฆษณาว่า “จัดฮวงจุ้ยแล้วจะรวยอย่างโน่นอย่างนี้ สามารถกระตุ้นโชคลาภได้อย่างนั้นอย่างนี้” ซึ่งความจริงแล้ว การจัดฮวงจุ้ยจะคำนึงถึงเรื่อง “สุขภาพ” ของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด ถ้าสุขภาพของผู้อยู่อาศัยดี เรื่องอื่นๆ มันก็จะตามมาทีหลัง ที่ผ่านมา อาจารย์ของผมเป็นผู้ที่ให้ความเอาใจใส่ลูกศิษย์ทุกคนเสมอ เป็นครูบาอาจารย์อย่างแท้จริง ไม่เพียงให้ความรู้เกี่ยวกับอภิปรัชญาจีนเท่านั้น ยังสั่งสอนให้ลูกศิษย์รู้จักผิดชอบชั่วดี ให้มีสามัญสำนึก ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์ย้ำ และ สอนพวกเราประพฤติปฏิบัติ บางครั้งอาจารย์ไม่สบาย แต่ท่านก็ยังมาสอน เพราะเห็นถึงความตั้งใจของลูกศิษย์ ถึงแม้ลูกศิษย์จะทำผิดก็ไม่เคยโกรธเกลียดลูกศิษย์เลย แม้ว่า ลูกศิษย์จะคิดล้มล้างอาจารย์ก็ตาม ถ้าสำนึกผิด กลับตัวเป็นคนดี ท่านอาจารย์ก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ หากแต่คนเหล่านั้นมีพื้นฐานจิตใจเป็นคนชั่วช้าละโมบในวิชาเสียแล้ว ย่อมต้องคิดคดทรยศ และ ระแวง แม้กระทั่งอาจารย์ตัวเอง พอแผนการของตนล้มเหลว ไม่ได้ในสิ่งที่ตนหวังก็โกรธแค้น หันไปเข้าร่วมกับพวกกำมะลอ มาโจมตีอาจารย์ตัวเอง เอาเรื่องราวต่างๆ ไปให้พวกกำมะลอใส่สีตีไข่ไปต่างๆ นานา หวังจะทำลายภาพพจน์อาจารย์ของผม เพื่อให้คนทั่วไปเค้าเข้าใจผิด คนแบบนี้ต้องเรียกว่า “จัญไรแมน

ศิษย์เนรคุณพวกนี้ บางคนก็เป็นสายที่ถูกส่งมาจากพวกกำมะลอ มีจุดมุ่งหวังที่จะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นภายใน Sages Academy จึงหยิบยกเอาเรื่องบางเรื่องมาเป็นประเด็น เพื่อหาเรื่องอาจารย์ เช่น เรื่องหล่อแก เป็นต้น อาจารย์ของผมไม่เคยบังคับให้ลูกศิษย์ซื้อหล่อแกจากท่านเลย ใครจะไปซื้อเองก็ได้ แต่ต้องเอาหล่อแกที่ซื้อมาเทียบกับหล่อแกของอาจารย์ เพราะหล่อแกเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าขาดความแม่นยำเสียแล้ว ย่อมนำมาซึ่งความผิดพลาดในการจัดฮวงจุ้ย แต่ที่ซื้อจากอาจารย์ ก็ซื้อด้วยความสมัครใจ เพราะว่า หล่อแกของอาจารย์ เป็นหล่อแกที่มีคุณภาพดีจริงๆ แค่เข็มทิศข้างในก็ราคาเป็นหมื่นแล้วครับ วัสดุทุกอย่างก็มีคุณภาพดีกว่าหล่อแกทั่วไป ที่มีขายตามท้องตลาด ราคาหล่อแกก็ไม่ถึงสามหมื่นด้วย เงินไม่กี่พันบาท คงไม่สามารถซื้อหล่อแกที่มีคุณภาพดีอย่างนี้ได้หรอกครับ ผมกล้าท้าให้ไปดูได้เลยที่ ไต้หวัน หรือ ฮ่องกง แค่ความแตกต่างของวงหล่อแกก็ต่างกันแล้ว หากนำหล่อแกยี่ห้ออื่นที่ขนาดเท่ากันมาเทียบ ผมยังไม่พบเลยว่า มียี่ห้อไหนที่มีวงครบถ้วนในการใช้งานเท่ากับหล่อแกนี้อีกแล้ว ส่วนเรื่องเข็มทิศไม่ต้องพูดถึงครับ ยี่ห้อทั่วไปสั่นเป็นเจ้าเข้าเลย แต่ที่แน่ๆ ดีกว่า หล่อแกยี่ห้อ 通胜堂 ที่ซิงแซกำมะลอบางคนชอบถือเต๊ะท่าถ่ายรูปชัวร์!! แต่ไม่รู้ว่า ซิงแซกำมะลอคนนี้จะรู้รึป่าวนะว่า หล่อแกที่ตัวเองถือมันยี่ห้ออะไร? เพราะได้ข่าวมาว่า อ่านภาษาจีนไม่ออกหนิ ศิษย์เนรคุณบางกลุ่มต้องการที่จะก่อกวน กลับยกเอาเรื่องหล่อแกมาอ้าง แล้วจะเอาเงินคืน ซึ่งอาจารย์ของผมก็คืนเงินให้ด้วยดี แต่กลับไปใส่สีตีไข่ต่อ บอกว่า อาจารย์ของผมไม่ยอมคืนเงินให้ เลยไปฟ้อง ส.ค.บ. แล้วนำตำรวจมาจับอาจารย์ถึงห้องเรียน ไอ้ตำรวจที่มันพามาหนะ ไม่รู้ว่า เป็นตำรวจจริงรึป่าว เพราะไม่ได้แต่งเครื่องแบบ แถมไม่ได้พามาจับด้วย แค่พามาคุ้มกันตัวเองต่างหาก กลัวคนอื่นเค้าจะทำร้าย เพราะตนเองมีแผนชั่ว เป็นวัวสันหลังหวะ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครคิดจะทำร้ายเขาเลย


นอกจากนี้ ยังมั่วนะที่เอาเรื่องการศึกษาของท่านอาจารย์มาโจมตี แต่ที่แน่ๆ ความรู้ท่านเยอะกว่า คนหน้ากระจงบางคนที่พยายามเอาสถาบันที่ตัวเองเรียน จบตรี จบโท มาโปรโมท ซึ่งมันเกี่ยวกับฮวงจุ้ยตรงไหน? แล้วไอ้เรื่องที่หาว่า อาจารย์ของผมหลอกเก็บค่าเรียนแพง จนไปออกรถราคา 4 ล้านได้นั้น พอผมได้อ่านก็อยากจะหัวเราะ เพราะผมก็เห็นอาจารย์ของผมขับรถคันนี้มาตั้งนานแล้ว ก่อนที่จะเปิดสอน SA ด้วยซ้ำ เฮ้อ..มนุษย์เราแต่งเรื่องไปได้ถึงขนาดนั้น เก่งจริงๆ เขาน่าจะไปแต่งนิยายขายนะ คงรวยกว่ามาเป็นซิงแซ และ อีกเรื่องที่กล่าวหาว่า อาจารย์ของผมเปลี่ยนเบอร์บ่อย เพราะ ค้างค่าโทรศัพท์ อันนี้อยากจะหัวเราะอีกเหมือนกัน อ่านดูก็รู้แล้วว่า ไอ้คนที่เขียนมันเสกสรรค์ปั้นแต่งเรื่องราวขึ้นมาเอง พยายามโจมตีผู้อื่นด้วยวิธีการที่สกปรก ถ้าอาจารย์ของผมงกอย่างนั้นจริงคงไม่ทำอาหารเลี้ยงลูกศิษย์บ่อยๆ หรอก ไม่เหมือนใครบางคน ขนาดวันเกิดของตัวเอง ลูกศิษย์คนไหนจะมางานต้องเสียเงินค่าเข้างาน 800 บาท เป็นซิงแซระดับโลกไม่ใช่เหรอ เงินจัดเลี้ยงวันเกิดตัวเองแค่นี้ ก็ยังต้องเก็บจากคนอื่นเลย สมเพชจริงๆ ถ้าแน่จริง!! ขอท้าให้มาประลองกันด้านวิชาการดูดีกว่า จะได้รู้กันไปว่า ใครกันแน่ที่เป็นของจริง แต่คงไม่กล้าหรอก รู้อยู่แก่ใจว่า ตัวเองรู้อะไร?

คนเรานั้นทำอะไรไม่ว่าจะ “ผิด” หรือ “ถูก” สามารถหลอกผู้อื่นได้ แต่ยังไงก็ไม่สามารถหลอกตัวเองได้ คนบางคนรู้ทั้งรู้อยู่ว่า ตนเองหลอกลวงผู้อื่น แต่ก็ยังไม่เคยมีความสำนึก ไม่มีความเกรงกลัว และ ละอายต่อบาปกรรม คนพวกนี้ผมเชื่อแน่ว่า สักวัน มันก็ต้องแพ้ภัยตัวเองไป และ ได้รับผลแห่งกรรมที่เคยกระทำไว้
 


รวมนักศึกษาของ SA

 

บทความยอดนิยม Popular Articles

บทความล่าสุด Latest Articles



กรณีที่ท่านมีปัญหาในการเข้าชมเว็บนี้ อันเนื่องมาจากเวอร์ชั่นของ Internet Explorer (IE) ของท่านเป็นเวอร์ชั่น 6 หรือต่ำกว่า ดังนั้นเพื่อให้เข้าชมเว็บให้ได้อย่างมีอรรถรส กรุณาอัพเดทเวอร์ชั่นของ Internet Explorer (IE) เป็นเวอร์ชั่น 7 ก่อน สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

หรือทำการติดตั้ง Firefox สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

 

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities. Download IE7